เพราะอะไรคนเราถึงยังยึดติดอยู่กับวัตถุมงคลครับ
คนใหม่ที่ยังไม่ได้ปฏิบัติธรรมมีวัตถุมงคลไว้เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ
ก็เป็นเรื่องดีไม่เสียหายอะไร
ถ้าเน้นวัตถุมากเกินไปก็จะเป็นธุรกิจ
แบบนี้ไม่ได้นำไปสู่หลักธรรมที่แท้จริง
ที่เรายังยึดติดอยู่กับพระเครื่อง
ก็เป็นแนวโน้วไม่อยากจะทำดี
ชอบความสบายอาศัยให้สิ่งเหล่านี้
ดลบันดาลเสียมากกว่าที่จะลงมือทำเอง
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรํสี
วัดมเหยงคณ์
การทำสมาธิมีสองแบบ แบบแรกคือ
สมถะสู่วิปัสสนา
กำหนดอารมณ์ใดอารมณ์ๆ หนึ่ง เช่น กำหนดอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกนึกได้ตอนไหนกำหนดตอนนั้น ให้ต่อเนื่องสักยี่สิบห้าทีขึ้นไปจนความคิดน้อยลงจะเริ่มมีความสงบ ก็ให้จิตพักอยู่กับความสงบไปสักพักหนึ่งจิตเริ่มมีความคิดก็น้อมจิตไปพิจารณาร่างก่ายจะพิจารณาความไม่เที่ยง เป็นธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ก็ได้ หรือความไม่งามของกาย พิจารณาความทุกข์ที่ต้องดูแลมีการหาอาหารมาดับทุกข์ ความเจ็บไข้ ฯลฯ พิจารณาแล้วจิตกลับเข้าไปสู่ความสงบอีกครั้งหนึ่งอันนี้จะเกิดปัญญาที่แท้จริง (เรียกว่าสมาธิทำให้เกิดปัญญา)
วิปัสสนาสู่สมถะ
อีกแบบหนึ่งพยายามมีสติอยู่ที่จิตให้รักษาอารมณ์ที่จิตใจตลอดเวลามีอารมณ์พอใจเกิดขึ้นก็พิจารณาให้จิตกลับไปอยู่สภาพปกติ เวลาจิตมีความยินร้ายในอารมณ์ต่างๆพิจารณาให้จิตกลับเข้าไปสู่ความปกติ ทำบ่อยๆจิตจะสงบ เมื่อสงบสักระยะหนึ่งก็น้อมจิตพิจารณาความเที่ยงของกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อจิตเห็นความเป็นจริงของกายและใจว่าไม่เที่ยงจริงๆ ก็จะเกิดปัญญาที่แท้จริง (เรียกว่าปัญญาอบรมให้เกิดสมาธิ)
เจริญพร หลวงพ่อมิตร 15 พ.ค. 58

ลักษณะของการมีสัมปชัญญะ จะต้องมีองค์ประกอบเหล่านี้อยู่ คือรู้ตัวตระหนักชัดว่าสิ่งที่กระทำอยู่นั้นมีประโยชน์ตามความมุ่งหมายอย่างไรหรือไม่หรือว่าอะไรควรเป็นจุดหมายของการกระทำนั้นๆ เช่นพวกเรารักษาศีลห้าอยู่ก็รู้ชัดว่าประโยชน์ที่จะได้รับคือไม่มีเวรไม่มีภัยกับการกระทำของเรา อันนี้ส่วนหนึ่งของการมีสัมปชัญญะ
เจริญพร หลวงพ่อมิตร 9 พ.ค. 58
การพิจารณาร่างกายให้เห็นความจริงขณะพิจารณาสติต้องจดจ้องอยู่ที่กายให้เห็นความทุกข์ในกายนี้ แต่เราไม่ได้ทุกข์ไปด้วย เพราะพิจารณาต้องไม่มีความคิดว่าร่างกายนี้เป็นเรา แต่เห็นร่างกายนี้เป็นธรรมธาตุเท่านั้น และความทุกข์ที่เกิดขึ้นจากกายนี้ก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่ที่ความทุกข์จะมากน้อยอยู่ที่จิตใจที่มีอุปทานมากน้อยเท่าไร
เจริญพร หลวงพ่อมิตร วัดเขาแผงม้า 8 พ.ค. 58
พวกเราจะต้องรู้ว่าคุณธรรมใดที่เราจะต้องปฏิบัติเพื่อนำชีวิตของเราไปสู่ความสำเร็จแห่งผลที่พวกเรามุ่งหมายทั้งทางโลกและทางธรรม สิ่งแรกพวกเราจะต้องสร้างความพอใจคือความต้องการที่จะทำ และใฝ่ใจรักจะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ มุ่งเป้าหมายหรือมีความปรารถนาจะทำสิ่งนั้นๆให้ได้ผลดียิ่งๆขึ้นไปแต่จะไม่ใช่แรงของความโลภโกรธและหลง แต่ใช้ความเป็นปกติของกายวาจาใจ ความตั้งที่จะทำบนพื้นฐานของความดีงามและมีความเห็นที่ถูกต้องจาการกระทำของเราว่ามีคุณต่อเราและผู้อื่นไม่มีโทษเลย เรียกว่าความพอใจที่ไม่ประกอบด้วยกิเลส
เจริญพร หลวงพ่อมิตร วัดเขาแผงม้า

ธรรมที่เกื้อกูลแก่การตรัสรู้ที่พวกเราจะต้องปฏิบัติในชีวิตประจำวันคือความ เพียรทางด้านจิตใจและแสดงออกมาทางกายวาจาเป็นหลัก คือเพียรระวังหรือปิดกั้นความชั่วที่จะผิดศีลห้าทั้งหลายที่ยังไม่เกิดมิให้ เกิดขึ้น ข้อต่อไปคือเพียรละบาปหรือความชั่วที่ผิดศีลห้าที่กำลังเกิดขึ้นในกายใจของ เรา ต่อไปที่เราจะต้องทำต่อคือเพรียรทำความดีที่จะไม่เกิดให้เกิดขึ้นเช่นถ้ายัง ไม่มีศีลห้าก็เริ่มมีได้แล้ว สุดท้ายเพียรรักษาความดีที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่นแลัให้เจริญยิ่งขึ้น คือรักษาศีลห้าเท่ากับเรารักษาชีวิตและในบางโอกาสก็รักษาศีลแปดในวันที่ เหมาะสม อันนี้ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยแห่งความพ้นทุกข์เรียกว่าพวกเรากำลังเจริญความ เพียรชอบอยู่
เจริญพร หลวงพ่อมิตร วัดเขาแผงม้า
![]() |
| หลวงปู่แหวน สุจิณโณ |
การทำนุบำรุงธาตุขันธ์ของพระผู้บริสุทธิ์ด้วยปัจจัยสี่เป็นต้น เป็นมหากุศลฉันใด การถวายหมากและบุหรี่เพื่อบรรเทาความไม่สบายของธาตุขันธ์แด่พระอรหันต์ก็ ย่อมเป็นมหากุศลฉันนั้น....

ผู้ ถาม: อ้อ...บังเอิญหลวงพ่อพูดคืนนี้เกี่ยวกับ อรหัตมรรค เรียนถามนิดคือว่า “อรหัตมรรค” กับ “อรหัตผล” นี่อารมณ์ต่างกันมากหรือไม่ครับ?
หลวงพ่อ: ต่างกันมาก...ต่างเยอะเชียว อรหัตมรรคมีอะไรบ้าง?
- ต้อง ตัด รูปราคะ ยังมีอารมณ์หลงในรูปอยู่ ต้องตัดตัวนี้ก่อน รูปฌานนะ ไม่ใช่รูปคน ประการที่
- เมื่อตัดตัวนั้นแล้ว ต้องตัด อรูปราคะ ต้องตัดอารมณ์ที่รักอรูปฌาน คือหลงในอรูปฌาน ยังใช้ฌานแต่ไม่หลงในฌาน ใช้ฌานเป็นประโยชน์นะ
- ตัด มานะ การถือตัวถือตน
- ตัด อุทธัจจะ คืออารมณ์ฟุ้งซ่าน
- ตัด อวิชชา
พออรหัตผลเลยไม่มีอะไร อรหัตผลเหลืออย่างเดียว สังขารุเปกขาญาณ วางเฉยหมด







